"วันวิสาขบูชา 2567" ขั้นตอน – เวลาถวายเพล สร้างบุญรับอานิสงส์

สำหรับชาวพุทธเรานอกจากการถวายสังฆทาน การตักบาตรฟังเทศน์ฟังธรรมแล้ว การทำบุญเลี้ยงพระ ก็เป็นประเพณีของชาวพุทธในประเทศไทยที่มีการปฏิบัติสืบต่อกันมาตั้งแต่อดีต ถือเป็นพิธีในการบำรุงพระพุทธศาสนาด้วยการถวายภัตตาหารแด่พระภิกษุสามเณร ปรารภเหตุต่าง ๆ ทั้งที่เป็นมงคล และอวมงคล เพื่อบำรุงพระพุทธศาสนา เพื่อความสิริมงคลแด่ผู้ถวายทาน และอุทิศบุญกุศลแด่บุพการีชน ดำรงตนเป็นพุทธศาสนิกชนที่ดีงาม แม้กาลเวลาหรือยุคสมัยจะเปลี่ยน แต่ธรรมเนียมยังคงอยู่ วันนี้พีพีทีวีพามาเรียนรู้หลักการสำคัฐ ๆ ของการถวายเพลกันค่ะ

ช่วงเวลาถวายอาหารให้พระสงฆ์

พระภิกษุฉันได้ไม่เลยเที่ยงวัน เวลาฉันภัตตาหารของพระภิกษุ คือ ตั้งแต่รุ่งอรุณถึงเที่ยงวัน ตามที่ปฏิบัติกันทั่วไป พระภิกษุจะฉันภัตตาหารเช้า ประมาณเวลา 07.00 – 08.00 น. และฉันภัตตาหารเพล (อาหารกลางวัน) ระหว่างเวลา 11.00 – 12.00 น.

อาหารถวายเพลแก่พระสงฆ์

อาหารที่นิยมถวายเพลมีทั้งอาหารคาวและหวาน สิ่งที่ต้องคำนึงถึงคือรสชาติอาหารที่ไม่ควรจัดจ้านมากเกินไป หรือเค็มไป หวานไป เนื่องจากส่งผลต่อสุขภาพของพระสงฆ์ได้ทั้งสิ้น

การประเคนอาหารให้พระสงฆ์

ควรเริ่มยกประเคนอาหารไปทีละอย่าง ซึ่งมีข้อสำคัญที่ต้องระมัดระวังให้มาก คือ ไม่ควรไปโดนของที่เราได้ประเคนไปให้พระท่านแล้ว หากเผลอไปโดนเข้า ให้ประเคนใหม่อีกครั้ง เมื่อประเคนอาหารคาวแล้วก็ประเคนอาหารหวานในลำดับต่อไป

การถวายเพลให้ถูกต้องพร้อมความใส่ใจทำทุกอย่างทุกขั้น ด้วยความปราณีต นับว่าสุขใจได้บุญและอิ่มเอมไปพร้อมกับความสุขที่ได้สร้างบุญสร้างกุศล

วิธีปฏิบัติในการถวายภัตตาหาร มีหลักปฏิบัติทั่วไปดังนี้

1. การจัดเตรียมอาหารควรจัดเตรียมอาหารที่จะถวายใส่ภาชนะให้เสร็จเรียบร้อยก่อน ทั้งกรณีที่จัดเป็นสำรับและไม่จัดสำรับ 2. หากเป็นการถวายภัตตาหารเช้า ควรจัดเตรียมอาหารใส่บาตรสำหรับเป็นอาหารเพลด้วย 3คำพูดจาก สล็อตเว็บตรง. เมื่อพระสงฆ์นั่งประจำที่ฉันแล้ว ช่วยกันประเคนอาหารหรือสำรับ 4. คอยดูแลและอำนวยความสะดวกแก่ท่าน 5. เมื่อพระสงฆ์ฉันอาหารคาวเสร็จแล้วจึงถวายอาหารหวาน 6คำพูดจาก สล็อตเว็บตรง. เมื่อฉันเสร็จและพระสงฆ์เข้าประจำที่เรียบร้อยแล้วถวายดอกไม้ธูป เทียน และเครื่องไทยธรรม 7. เตรียมรับพรจากพระสงฆ์ พระสงฆ์อนุโมทนา (ให้พร) เจ้าภาพกรวดนอุทศส่วนกุศลและต่อด้วยการรับน้ำพุทธมนต์เป็นอันเสร็จพิธี

อานิสงส์จากการถวายภัตตาหารและจตุปัจจัยไทยธรรม

1. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยอายุ จะเป็นผู้มีอายุยืนยาว ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ 2. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยวรรณะ มีผิวพรรณนาวรรณะผ่องใส เป็นที่ดึงดูดตาดึงดูดใจ เป็นที่รักชอบใจของผู้พบเห็น อันเป็นที่มาแห่งโภคทรัพย์สมบัติทั้งหลาย 3. เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยสุข มีความสุขทั้งกาย ทั้งใจ ทั้งอารมณ์ แจ่มใส เบิกบาน ร่าเริงอยู่เป็นนิตย์ 4. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยพละ คือ มีเรี่ยวแรงมหาศาล เป็นที่เคารพยำเกรงของคนทั้งหลาย 5. เป็นผู้ที่ถึงพร้อมด้วยปฏิภาณ มีสติปัญญาที่ฉลาด หลักแหลม รอบรู้ในสรรพวิชชาทั้งปวง 6. เป็นที่รักของมนุษย์และเทวดาทั้งหลาย เดินทางไป ณ สถานที่แห่งใด ย่อมได้รับการต้อนรับอำนวยความสะดวกสบาย 7. เป็นผู้มีกำลังใจในการสร้างบารมีไม่มีที่สิ้นสุด ประดุจดั่งพระโพธิสัตว์ทั้งหลาย นับตั้งแต่ปัจจุบันชาติ ไปจนกว่าจะถึงที่สุดแห่งธรรม

ที่มา :กองอนุศาสนาจารย์กัลยาณมิตร